Translate

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

น้ำเอ๋ย! น้ำพริก..





" สวัสดีคะผู้ชม Blogger ทุกท่าน และเราก็กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะ (: 
วันนี้ฟ่อนจะพาทุกคนไปล้วงลึกถึงอาหารที่เป็นสำหรับคู่บ้านคู่เมืองของเรากันคะ 
ทุกๆคนพร้อมที่จะไปติดตามกับฟ่อนกันหรือยังคะ ? 
อย่ามัวแต่รือรอกันเลย เราตามไปดูกันเลยคะ "





       อาหารที่ดิฉันต้องการจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นอาหารที่คนไทยและคนต่างประเทศนิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก ซึ่งอาหารชนิดนี้เป็นสำรับที่จะต้องมีอยู่ในทุกมื้ออาหาร และเป็นอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพซึ่งอุดมไปด้วยผักชนิดต่างๆที่ เป็นเครื่องเคียง อาหารชนิดนี้คือ"น้ำพริก" 
          น้ำพริกเป็นอาหารถ้วยเล็กๆ ที่ถูกปรุงขึ้นเพื่อสร้างความอร่อยคู่สำรับของครอบครัวทั่วทุกภาค ในอดีตน้ำพริกสามารถนำเครื่องปรุงต่างๆที่มีอยู่ในช่วงเวลาขณะนั้นมาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของคนกิน ในถ้วยน้ำพริกเป็นอาหารที่เชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว มีเรื่องราววิถีชีวิต วิธีได้มาของพริก กะปิ น้ำปลา เคย หอม กระเทียม รวมไปถึงการหาอยู่หากินของผักต่างๆที่เลือกมาให้เหมาะกับรสน้ำพริก และโอกาสต่างๆที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่คนรุ่น ต่อมาจนถึงปัจจุบัน

          สรรพคุณสมุนไพรในน้ำพริก เครื่องปรุงสำคัญที่ช่วยทำให้น้ำพริกมีกลิ่น รสชาติดีและกลบกลิ่นคาส คือ สมุนไพร ซึ่งได้แก่ พริก หอม กระเทียม ข่า ฯลฯ นอกจากนั้นยังป้องกันอาหาร ท้องอืดเฟ้อ ท้องถ่ายและทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี กะทิจากมะพร้าว มีสรรพคุณคือรสมัน หวาน บำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูก



" เราได้ทราบถึงความเป็นมาของน้ำพริกกันไปแล้ว 
ดิฉันก็นำวิธีการตำ "น้ำพริกกะปิ" มาฝากผู้ชมชาว Blogger ทุกๆคนน่ะคะ "
วิธีการปรุงในครั้งนี้ดิฉันได้ไปร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ 
ชื่อร้าน "พริกหอม" ตั้งอยู่บริเวณถนนสุขุม 83 เขตพระโขนง
ซึ่งเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และได้บอกเคล็บลับต่างๆเกี่ยวกับการทำน้ำพริกให้อร่อยจาก
" พี่เล็ก" นางสาวสุชานาถ ช่อผูก หัวหน้าแม่ครัวประจำร้านอาหารพริกหอม



"พี่เล็ก" หัวหน้าแม่ครัวประจำร้านอาหารพริกหอม



 

"น้ำพริกกะปิ"










               เครื่องปรุงและส่วนผสม 
                             
                         1.กะปิอย่างดีเผาไฟ 
                         2.พริกขี้หนู 
                         3.มะอึกสุกหั่นบาง ๆ 
                         4.มะเขือพวง 
                         5.กระเทียมซอย 
                         6.น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ 




เครื่องปรุงและส่วนผสม




             วิธีทำและขั้นตอนการทำ 
                        
                    1.โขลกพริกขี้หนูและกระเทียมให้พอหยาบ 
                    2.ใส่กะปิที่นำไปเผามาโขลกรวมกับพริกขี้หนูและกระเทียม 
                    3.ใส่มะอึกเพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นของความเปรี้ยวที่ได้จากมะอึก 
                    4.จากนั้นให้ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว ตามด้วยชิมรสให้ได้ 3 รส คือ
                       เปรี้ยว เค็ม หวานและเผ็ดเล็กน้อยคนให้เข้ากัน 
                    5.มะเขือพวง หรือพริกขี้หนูที่เหลือให้ทุบเบาๆพอแหลก เพื่อตกแต่งหน้าถ้วยน้ำพริก 



น้ำพริกกะปิและผักเครื่องเคียง





          สำหรับเคล็ดลับที่ทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นสำหรับ น้ำพริกกะปิ ในสมัยก่อนมักจะใช้ครกในการตำเพื่อให้ส่วนผสมข้างต้นมีลักษณะที่ไม่ละเอียด จนเกินไปและแฝงรสชาติที่ได้จากการตำด้วยครก ได้ดีกว่าเครื่องปั่นในปัจจุบัน นอกจากนั้นเราจำเป็นต้องใช้กะปิอย่างดี หอม และไม่หืน กระเทียมที่ใช้ควรเลือกเป็นเป็นกระเทียมกลีบเล็ก เพราะจะมีกลิ่นหอมกว่ากระเทียมเม็ดใหญ่ พริกขี้หนูก็เช่นเดียวกันควรเป็นพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ก่อนจะลงมือตำให้เอาใบตองมาห่อกะปิไปปิ้งให้หอมจากนั้นเอาไปตำ ถ้าอยากให้น้ำพริกดูมีเนื้อข้นมากขึ้น แนะนำให้ใส่กุ้งแห้งลงไปตำด้วย




คนสมัยโบราณมักจะใช้ "ครกหิน" ในการตำน้ำพริก


          เวลารับประทานให้รับประทานร่วมกับข้าวสวยร้อนๆ ปลาทูนึ่งทอด ปลาทอดอื่นๆ หรือกับผักต้มราดกะทิ เช่น หน่อไม้ ถั่วพู ถั่วผักยาว ผักกระเฉด ตำลึง ฯลฯ หรือผักสดผักลวกต่างๆ เช่น มะเขือสด ผักบุ้ง แตงกวา กระถิน หรือผักชุบไข่ทอด เช่น มะเขือยาว ชะอม เป็นต้น



  
        
           น้ำพริกกะปิ ข้าวสวย ปลาทู "แซ่บแท้ๆ"




ชะอมชุบไข่ คู่กับน้ำพริกก็อร่อยนะคะ 

" ขอให้ชาว Blogger ทุกคนอิ่มอร่อยกับอาหารประจำชาติไทยของเรากันน่ะคะ 
รับรองว่าทุกคนจะไม่ผิดหวังแน่นอนคะ "




Creative Commons License
Thaifoodonly by Chanaporn.m is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

1 ความคิดเห็น:

  1. ผมเห็นว่า เพจของคุณมีสูตรอาหารที่อร่อยๆ หลายสูตร ผมขอแนะนำให้คุณเข้าร่วมกับเว็บไซต์ที่รวบรวมและแบ่งปันสูตรอาหาร ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก อย่าง มายเทสประเทศไทย เพื่อได้รับการอัตราการเยื่ยมชมเพิ่มมากยิ่งขึ้นในเพจของคุณและแบ่งปันสูตรอาหารของคุณในฐานข้อมูลของ myTasteThailand.com กับผู้ใช่ทั่วไป เพียงคลิกที่นี้ และวาง www ของคุณและอีเมลเท่านั้น
    http://www.mytastethailand.com/khaoruem-top-food-blog
    ผมหวังว่า จะได้รับการติดต่อจากคุณเร็วๆ นี้
    ขอบคุณมากครับ
    ศักดิ์ ลิส ถาวรคุน
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ info@mytastethailand( จุด )com

    ตอบลบ